By David Days Grooming Team
Water-based Pomade ไม่ได้เริ่มจากการใช้ให้เยอะที่สุด แต่เริ่มจากการควบคุม ปริมาณ ทิศทาง และ Finish ให้เหมาะกับทรงผมของคุณ หากใช้เป็นขั้นตอน คุณจะได้ทรงที่ดูตั้งใจโดยไม่ทำให้เนื้อผลิตภัณฑ์หนักเกินความจำเป็น และยังปรับรายละเอียดลุคให้เข้ากับวันทำงาน วันออกเดต หรือโอกาสที่ต้องการความเนี้ยบได้ง่ายขึ้น
สำหรับ David Days กลุ่ม Pomade ของเราเป็น Water-based เท่านั้น บทความนี้จึงไม่ใช่การบอกว่าทุกคนต้องเซตทรงเหมือนกัน แต่เป็นวิธีตั้งต้นที่ช่วยให้คุณใช้ Water-based Pomade ของ David Days ได้เป็นระบบ แล้วเลือก Hold และ Finish ต่อให้ตรงกับลุคที่ต้องการ
หลักคิดสั้น ๆ: เริ่มน้อย วอร์มให้ทั่ว ลงตามทิศทางที่ต้องการ แล้วค่อยเพิ่มเฉพาะจุดที่ต้องการแรงควบคุมมากขึ้น
ก่อนเริ่ม: เลือก 3 สิ่งให้ชัด
ก่อนหยิบผลิตภัณฑ์ขึ้นมา ให้ตอบคำถามสามข้อก่อน เพราะทั้งสามข้อจะกำหนดวิธีใช้มากกว่าการดูชื่อสินค้าบนกระปุกเพียงอย่างเดียว
| สิ่งที่ต้องตัดสินใจ | คำถามที่ควรถามตัวเอง | ผลต่อการใช้ผลิตภัณฑ์ |
|---|---|---|
| Direction | วันนี้อยากให้ผมไปทางไหน — ปาดไปด้านหลัง แสกข้าง ยกโคน หรือเน้นช่อผม | กำหนดว่าควรเริ่มจัดทรงจากโคนหรือจากช่วงกลางผม |
| Hold | ทรงของคุณต้องการแรงควบคุมมากแค่ไหน | กำหนดปริมาณเริ่มต้นและการเลือก Max Hold Pomade, Clay หรือ Cream Wax |
| Finish | อยากได้ลุค Matte หรือ Shine | กำหนดภาพลักษณ์สุดท้ายของทรง ไม่ใช่เพียงความแข็งของทรง |
หากยังไม่แน่ใจเรื่อง Hold หรือ Finish ให้เริ่มจาก Hair Guide ก่อน แล้วค่อยกลับมาใช้บทความนี้เป็นคู่มือการลงผลิตภัณฑ์
ขั้นตอนที่ 1: เริ่มจากผมที่พร้อมเซต
เริ่มเมื่อผมสะอาดและอยู่ในสภาพที่คุณจัดทิศทางได้ง่าย โดยไม่จำเป็นต้องรีบใช้ผลิตภัณฑ์จำนวนมากตั้งแต่ต้น หากต้องการลุคที่ดูเป็นธรรมชาติ ให้จัดเส้นผมด้วยมือหรือหวีตามทิศทางคร่าว ๆ ก่อน เพื่อให้คุณเห็นว่าจุดไหนต้องการแรงควบคุมจริง ๆ
สำหรับทรงที่ต้องการความเนี้ยบ เช่น side part หรือ comb back การกำหนดแสกและทิศทางก่อนลง Pomade จะช่วยให้ขั้นตอนสุดท้ายเป็นการเก็บรายละเอียด ไม่ใช่การพยายามแก้ทรงทั้งหมดหลังลงผลิตภัณฑ์แล้ว
ขั้นตอนที่ 2: ใช้ปริมาณน้อยก่อนเสมอ
ตักผลิตภัณฑ์เพียงเล็กน้อยก่อน แล้วค่อยเพิ่มเมื่อจำเป็น การเริ่มจากน้อยช่วยให้คุณควบคุมความรู้สึกของผมและไม่ทำให้ทรงดูหนักเกินไปตั้งแต่แรก โดยเฉพาะเมื่อคุณยังอยู่ระหว่างทดลองว่าความยาวและความหนาของผมตัวเองต้องการผลิตภัณฑ์มากแค่ไหน
| ลักษณะทรงที่ต้องการ | วิธีเริ่มปริมาณ | สิ่งที่ควรสังเกต |
|---|---|---|
| ทรงทุกวัน ดูเป็นธรรมชาติ | เริ่มน้อยและเกลี่ยให้ทั่วมือ | ผมยังขยับได้และไม่จับตัวเป็นก้อนเกินไป |
| Direction ชัด เช่น comb back หรือ side part | เริ่มน้อย แล้วเพิ่มเฉพาะบริเวณโคน/ด้านหน้า | ทิศทางผมเริ่มอยู่ทรงโดยไม่ต้องใช้ผลิตภัณฑ์ทับทั้งศีรษะ |
| Texture หรือช่อผม | เริ่มน้อย แล้วเพิ่มทีละจุดด้วยปลายนิ้ว | เห็นมิติของช่อผม แต่ทรงยังดูเป็นผมจริง |
ไม่มีปริมาณเดียวที่ถูกต้องสำหรับทุกคน ความยาว ความหนา และทรงที่ต้องการเป็นตัวกำหนด ให้เพิ่มทีละน้อยเพื่อรักษา control ของลุค
ขั้นตอนที่ 3: วอร์มเนื้อผลิตภัณฑ์ให้ทั่วฝ่ามือ
ถูผลิตภัณฑ์ระหว่างฝ่ามือจนกระจายตัวสม่ำเสมอ ก่อนนำไปสัมผัสเส้นผม ขั้นตอนนี้ช่วยให้คุณลงผลิตภัณฑ์ได้ทั่วถึงขึ้นและลดโอกาสที่เนื้อจะไปกองอยู่เฉพาะจุดใดจุดหนึ่ง
อย่ารีบลงที่ด้านหน้าของทรงผมทันที เพราะด้านหน้ามักเป็นส่วนที่คนมองเห็นก่อน หากต้องการควบคุมผลลัพธ์ ให้เริ่มจากบริเวณที่มองไม่เด่นก่อน แล้วใช้เนื้อที่เหลืออยู่บนมือเก็บด้านหน้าและเส้นผมรอบกรอบหน้าในช่วงท้าย
ขั้นตอนที่ 4: ลงจากช่วงกลางไปปลาย แล้วค่อยกลับไปกำหนดโคน
สำหรับคนส่วนใหญ่ วิธีที่จัดการได้ง่ายคือเริ่มจากช่วงกลางไปปลายของเส้นผม เพื่อกระจายผลิตภัณฑ์ก่อน จากนั้นจึงย้อนกลับมากำหนดโคนผมหรือด้านหน้าตาม direction ที่ต้องการ วิธีนี้ช่วยให้ทรงไม่ดูหนักเฉพาะจุด และเปิดโอกาสให้คุณประเมินว่าต้องเพิ่มผลิตภัณฑ์หรือไม่
| เป้าหมายของทรง | วิธีใช้มือ | เครื่องมือที่ช่วยได้ |
|---|---|---|
| Comb back / side part | ใช้ฝ่ามือพาผมไปในทิศทางเดียวกัน แล้วเก็บเส้นรอบกรอบหน้า | หวีสำหรับกำหนดเส้นและแสก |
| Quiff / ยกด้านหน้า | ค่อย ๆ ยกโคนในบริเวณด้านหน้า แล้วเก็บปลายให้ไปทิศทางเดียวกัน | หวีหรือมือสำหรับขึ้นรูปอย่างค่อยเป็นค่อยไป |
| Texture / ลุคด้าน | ใช้ปลายนิ้วบิดหรือยกช่อผมทีละส่วน | ปลายนิ้วเป็นหลักเพื่อรักษาความเป็นธรรมชาติ |
| ทรงทุกวัน | ใช้มือเกลี่ยและเก็บเฉพาะจุดที่ฟูหรือไม่อยู่ทิศทาง | มือเป็นหลัก แล้วหวีเฉพาะจุดที่ต้องการความเนี้ยบ |
ขั้นตอนที่ 5: เก็บรายละเอียดแทนการลงทับทั้งทรง
เมื่อทรงเริ่มเข้าที่ ให้มองหาจุดที่ต้องการเพิ่มความชัด เช่น ด้านหน้า แนวแสก หรือเส้นผมที่ฟู แล้วใช้เนื้อผลิตภัณฑ์เพียงเล็กน้อยเก็บเฉพาะจุด การลงทับทั้งทรงหลายรอบอาจทำให้ผลลัพธ์หนักเกินความตั้งใจได้ง่ายกว่า
ถ้าวันนั้นต้องการลุค Matte ให้เน้นการจัดช่อและ texture โดยใช้มือเป็นหลัก ถ้าต้องการลุค Shine ให้ใช้หวีช่วยทำเส้นและผิวของทรงให้เป็นระเบียบมากขึ้น ทั้งสองทางเริ่มจาก Water Base เหมือนกัน แต่ Finish จะกำหนดภาพลักษณ์สุดท้ายที่คนเห็น
เลือกผลิตภัณฑ์ David Days ให้เข้ากับวิธีใช้
| เมื่อคุณต้องการ | เริ่มดูจาก | วิธีใช้ที่เหมาะเป็นจุดตั้งต้น |
|---|---|---|
| Direction ชัดสำหรับ side part หรือ comb back | Max Hold Pomade | กำหนดทิศทางด้วยมือหรือหวี แล้วค่อยเก็บเส้นรอบกรอบหน้า |
| โครงทรงและ texture ชัดสำหรับผมสั้น | Clay | ลงน้อยก่อน แล้วใช้ปลายนิ้วยกและแยกช่อผมทีละส่วน |
| ความยืดหยุ่นสำหรับลุคทุกวัน | Cream Wax | เกลี่ยให้ทั่วมือ ลงกระจายก่อน แล้วเพิ่มเฉพาะจุดที่ต้องการ |
| ภาพลักษณ์ด้านและเน้น texture | Rock Matte Series | เลือก Hold ให้เหมาะกับทรง แล้วจัดช่อผมด้วยมือ |
| ภาพลักษณ์เนี้ยบและมีมิติของแสง | Metal Shine Series | เลือก Hold ให้เหมาะกับทรง แล้วใช้หวีกำหนดเส้นและทิศทาง |
ข้อมูลในตารางเป็น แนวทางการเลือกและวิธีเริ่มใช้ ไม่ใช่คำรับประกันผลลัพธ์ตายตัว เพราะลักษณะเส้นผม ปริมาณที่ใช้ และทิศทางของทรงทำให้ผลลัพธ์ต่างกันได้
ถ้าทรงยังไม่เป็นอย่างที่ต้องการ ให้ปรับจากจุดไหน
| อาการที่พบ | สิ่งที่ควรลองปรับ | สิ่งที่ไม่ควรรีบทำ |
|---|---|---|
| ทรงดูหนักเกินไป | เริ่มครั้งถัดไปด้วยปริมาณที่น้อยลง และเก็บเฉพาะจุด | ไม่ควรเพิ่มผลิตภัณฑ์ทับทั้งทรงเพื่อแก้ความหนัก |
| ผมด้านหน้าไม่อยู่ทิศทาง | กำหนดทิศทางและแนวแสกก่อน แล้วค่อยเก็บด้านหน้า | ไม่ควรเริ่มลงผลิตภัณฑ์ก้อนใหญ่ที่ด้านหน้าทันที |
| ทรงยังไม่ชัด | เพิ่มทีละน้อยในจุดที่ต้องการ control | ไม่ควรสรุปว่า Hold ไม่พอโดยไม่ลองปรับปริมาณและวิธีลงก่อน |
| Texture ดูไม่เป็นธรรมชาติ | ใช้ปลายนิ้วแยกช่อผมและลดการหวีซ้ำ | ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์มากขึ้นเพื่อบังคับทุกเส้นให้เหมือนกัน |
Water-based Pomade ของ David Days เหมาะกับใคร
Water-based Pomade ของ David Days เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับคนที่ต้องการเลือก Hold และ Finish ให้เข้ากับชีวิตประจำวันของตัวเอง ไม่ว่าคุณจะชอบทรงที่ direction ชัด เน้น texture หรืออยากได้ลุคที่เปลี่ยนจาก Matte ไป Shine ได้ สิ่งสำคัญคือใช้ปริมาณที่เหมาะ เริ่มเป็นขั้นตอน และปรับตามทรงผมของคุณ
หากคุณยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มจาก Hold หรือ Finish ให้ไปที่ Hair Guide เพื่อดูภาพรวมก่อน แล้วไปที่ Hair Collection เมื่อต้องการเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับลุคของคุณ
คำถามที่พบบ่อย
ใช้ Water-based Pomade กับผมแห้งหรือผมหมาดได้หรือไม่?
วิธีที่เหมาะขึ้นกับทรงและผลลัพธ์ที่คุณต้องการ ให้เริ่มจากสภาพผมที่คุณจัดทิศทางได้ง่าย และทดลองด้วยปริมาณน้อยก่อน หากต้องการเปลี่ยนวิธีใช้ระหว่างผมแห้งและผมหมาด ควรสังเกตความรู้สึกและผลลัพธ์ของทรง แล้วปรับตามความยาวและลักษณะเส้นผมของตัวเอง
ทำไมต้องวอร์มผลิตภัณฑ์บนฝ่ามือก่อน?
การวอร์มช่วยให้เนื้อผลิตภัณฑ์กระจายตัวบนมือได้สม่ำเสมอขึ้น ทำให้ควบคุมการลงผลิตภัณฑ์เป็นขั้นตอนและลดการกองของเนื้อในบางจุดของทรง
ถ้าใช้แล้วรู้สึกว่าทรงหนักเกินไป ควรทำอย่างไร?
ในการใช้งานครั้งถัดไป ให้เริ่มจากปริมาณน้อยลงและเพิ่มเฉพาะจุดที่ต้องการ หากทรงหนักเกินไปตั้งแต่ต้น การเพิ่มผลิตภัณฑ์ทับทั้งทรงมักไม่ใช่วิธีที่ช่วยให้ลุคเบาลง
Max Hold Pomade, Clay และ Cream Wax ใช้วิธีเดียวกันหรือไม่?
หลักพื้นฐานเหมือนกันคือเริ่มน้อย วอร์มให้ทั่ว และลงตามทิศทาง แต่การเก็บรายละเอียดควรต่างกันตามลุคที่คุณต้องการ: Max Hold Pomade เหมาะเป็นจุดตั้งต้นสำหรับ direction ชัด, Clay สำหรับการแยกช่อและโครงทรง, และ Cream Wax สำหรับลุคที่ต้องการความยืดหยุ่นมากขึ้น
David Days มี Oil-based Pomade หรือไม่?
ปัจจุบัน Pomade ของ David Days มีเฉพาะ Water-based เท่านั้น หากคุณกำลังเลือกผลิตภัณฑ์ของ David Days ให้เริ่มจาก Water Base แล้วเลือกระดับ Hold และ Finish ให้เข้ากับทรงผมที่ต้องการ
